Best Seller

ประกันชั้น 2+ ระยะสั้น วิริยะประกันภัย
ประกันชั้น 2+ ระยะสั้น คุ้มภัยโตเกียวมารีน
ประกันชั้น 3+ ระยะสั้น รายเดือน วิริยะประกันภัย
ประกันชั้น 3+ ระยะสั้น คุ้มภัยโตเกียวมารีน

แบบประกันที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ประกันชั้น 2+ ซ่อมห้าง วิริยะประกันภัย
ประกันชั้น 2+ ซ่อมอู่ วิริยะประกันภัย
ประกันภัยภาคบังคับ พ.ร.บ.

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

แบบประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิต

มีแบบประกันให้เลือกหลากหลาย

แบบประกันยอดนิยมจากกรุงเทพประกันภัย

ประกันภัย SME Allianz
การประกันภัยกิจการควบคุมประเภทที่ 3 (ปั๊มน้ำมัน)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เราคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดี จากบริษัทพันธมิตรชั้นนำที่น่าเชื่อถือ

ประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท ที่ควรทำความเข้าใจ

ประกันชั้น 1 คุ้มครองครบถ้วนที่สุด รถชน ขีดข่วน กระจกแตก รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม เคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณี เป็นประกันภัยที่คุ้มครองครอบคลุมมากที่สุดสำหรับรถยนต์ โดยมีความคุ้มครองในหลายด้าน ซึ่งรวมถึง:

  1. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน – ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุที่ชนกับยานพาหนะอื่นๆ หรือชนกับสิ่งของ (เช่น รั้ว กำแพง) ประกันจะจ่ายค่าซ่อมแซม
  2. คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก – หากคุณเป็นฝ่ายผิดและมีความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น ประกันจะช่วยจ่ายค่าชดเชย
  3. คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายหรือถูกโจรกรรม
  4. คุ้มครองกรณีเกิดไฟไหม้ – ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุใด เช่น ไฟไหม้จากอุบัติเหตุหรือการลอบวางเพลิง
  5. คุ้มครองอุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติ – เช่น น้ำท่วม พายุ หรือต้นไม้ล้มทับรถยนต์
  6. คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล – ผู้เอาประกันและผู้โดยสารได้รับความคุ้มครองในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  7. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล – คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  8. คุ้มครองกรณีเกิดการฟ้องร้องทางกฎหมาย – ในกรณีที่มีการฟ้องร้องจากคู่กรณี ประกันจะช่วยรับผิดชอบค่าทนายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกกรณี แม้ว่าค่าเบี้ยประกันจะสูงกว่าประกันชั้นอื่นๆ แต่การคุ้มครองที่ได้ถือว่าคุ้มค่า

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันภัยที่มีความคุ้มครองน้อยกว่าประกันชั้น 1 แต่ก็ยังให้ความคุ้มครองในกรณีสำคัญที่ผู้ขับขี่อาจต้องการ โดยหลักๆ มีรายละเอียดความคุ้มครองดังนี้:

  1. คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก – ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและคุณเป็นฝ่ายผิด ประกันจะจ่ายค่าชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น เช่น รถยนต์หรือสิ่งของอื่นๆ
  2. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์กรณีสูญหายหรือถูกโจรกรรม – หากรถยนต์ของคุณถูกขโมย ประกันจะคุ้มครองค่าชดเชยตามมูลค่าของรถ
  3. คุ้มครองกรณีเกิดไฟไหม้ – หากรถยนต์ของคุณเกิดไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อื่นๆ ประกันจะช่วยชดเชยความเสียหาย
  4. คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาล – ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ความแตกต่างหลักจากประกันภัยชั้น 1:

  • ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกันในกรณีชนกับรถยนต์หรือสิ่งอื่นๆ (ยกเว้นกรณีไฟไหม้หรือรถถูกโจรกรรม)
  • ค่าเบี้ยประกันต่ำกว่า – เนื่องจากการคุ้มครองที่น้อยกว่า

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเฉพาะในกรณีที่สำคัญ เช่น รถหาย ไฟไหม้ หรือการคุ้มครองบุคคลภายนอก แต่ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยประกันที่สูง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันภัยรถยนต์ที่มีความคุ้มครองพื้นฐานที่สุด และค่าเบี้ยประกันต่ำที่สุด โดยให้ความคุ้มครองเฉพาะในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น รายละเอียดความคุ้มครองหลักๆ มีดังนี้:

  1. คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก – หากคุณเป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุ ประกันชั้น 3 จะคุ้มครองค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น รถยนต์ของคู่กรณี หรือสิ่งของที่ถูกชน
  2. คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก – ประกันจะช่วยชดเชยค่ารักษาพยาบาลและความเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอกในกรณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด
  3. คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาล – สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถของคุณเอง จะได้รับการคุ้มครองในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเช่นกัน แต่ในวงเงินที่จำกัด

ความแตกต่างจากประกันชั้น 1 และชั้น 2:

  • ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน – ไม่ว่ารถจะชนกับรถอื่นหรือสิ่งของใดๆ ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเอง
  • ไม่คุ้มครองกรณีรถหายหรือไฟไหม้ – ความคุ้มครองนี้จะไม่มีในประกันชั้น 3
  • ค่าเบี้ยประกันถูกที่สุด – เนื่องจากความคุ้มครองที่จำกัดเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลภายนอก

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถน้อย หรือมีงบประมาณจำกัด และต้องการความคุ้มครองเฉพาะในกรณีที่มีความเสียหายต่อคู่กรณีเท่านั้น โดยไม่ต้องการความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของตัวเอง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 4 หรือที่มักเรียกกันว่า “ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแบบไม่คุ้มครองรถยนต์” เป็นประเภทของประกันภัยที่มีความคุ้มครองน้อยที่สุด โดยจะให้ความคุ้มครองเฉพาะในบางกรณีเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะคล้ายกับประกันชั้น 3 แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดบางประการ เป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น ไม่รวมการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อบุคคลภายนอกเหมือนกับประกันชั้น 3 หรืออาจเรียกได้เป็นประกันที่เสริมความคุ้มครองนอกเหนือจากประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ที่คุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอกเท่านั้น โดยประกันชั้น 4 มีความคุ้มครองดังนี้:

  1. คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก – หากเกิดอุบัติเหตุและคุณเป็นฝ่ายผิด ประกันจะช่วยจ่ายค่าชดเชยต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก เช่น ค่ารักษาพยาบาลและการเสียชีวิต
  2. คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก – ความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น รถยนต์ของคู่กรณี ประกันจะช่วยชดเชยค่าเสียหาย

ความแตกต่างจากประกันชั้นอื่น:

  • ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน – ไม่มีความคุ้มครองสำหรับรถยนต์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีชน ไฟไหม้ หรือการถูกโจรกรรม
  • คุ้มครองเพียงบางส่วนของบุคคลภายนอก – ไม่มีการคุ้มครองสำหรับอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ค่าเบี้ยประกันถูกที่สุด – เนื่องจากความคุ้มครองที่จำกัดมาก

เหมาะสำหรับใคร:

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 4 เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดมาก หรือผู้ที่ใช้รถน้อยมากจนแทบไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่ต้องการทำประกันเพื่อความอุ่นใจในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและมีความเสียหายต่อคู่กรณี

ประกันชั้น 5 หรือที่เรียกกันว่า ประกัน 2+ และ 3+ 

 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่ผสมผสานความคุ้มครองระหว่างประกันชั้น 1 และชั้น 2 โดยมีความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่ค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าประกันชั้น 1 ทำให้เป็นตัวเลือกที่นิยมในหมู่ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติม แต่ไม่ต้องการจ่ายค่าเบี้ยสูงมาก รายละเอียดความคุ้มครองหลักของประกันชั้น 2+ มีดังนี้:

ความคุ้มครองของประกันภัยชั้น 2+

  1. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน – ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น เช่น ชนกับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ (ต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้นถึงจะคุ้มครอง)
  2. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์กรณีสูญหายหรือถูกโจรกรรม – หากรถยนต์ของคุณถูกขโมย ประกันจะคุ้มครองค่าชดเชยตามมูลค่าของรถ
  3. คุ้มครองกรณีเกิดไฟไหม้ – หากรถยนต์เกิดไฟไหม้ ประกันจะคุ้มครองค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
  4. คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก – หากเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิดและมีความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ประกันจะชดเชยค่าเสียหาย
  5. คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก – ประกันจะชดเชยค่ารักษาพยาบาลหรือการสูญเสียชีวิตของบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
  6. คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล – คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ความแตกต่างจากประกันภัยชั้น 1:

  • ไม่คุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก – เช่น ชนต้นไม้ รั้ว หรือสิ่งของ ไม่มีการคุ้มครองในกรณีนี้
  • ค่าเบี้ยประกันถูกกว่า – เพราะความคุ้มครองไม่ได้ครอบคลุมเท่าประกันชั้น 1

ความเหมาะสม:

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 ในราคาที่ถูกกว่า แต่ยอมรับได้ว่าการคุ้มครองความเสียหายต่อรถของตัวเองจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก


ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ เป็นประกันภัยที่มีความคุ้มครองมากกว่าประกันภัยชั้น 3 ปกติ แต่ยังน้อยกว่าประกันภัยชั้น 1 และชั้น 2+ โดยมีจุดเด่นคือเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกันในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก ซึ่งเป็นความคุ้มครองที่ประกันภัยชั้น 3 ปกติไม่มี

ความคุ้มครองของประกันภัยชั้น 3+

  1. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกัน – ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น เช่น ชนกับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ (ต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก)
  2. คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก – หากคุณเป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุ ประกันจะช่วยจ่ายค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น รถยนต์หรือทรัพย์สินอื่นๆ ของคู่กรณี
  3. คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก – ประกันจะช่วยชดเชยค่ารักษาพยาบาล หรือการสูญเสียชีวิตของบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด
  4. คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล – คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถของคุณ หากเกิดบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
  5. ไม่คุ้มครองกรณีรถหายหรือไฟไหม้ – ประกันชั้น 3+ ไม่ได้ครอบคลุมในกรณีที่รถยนต์สูญหายหรือเกิดไฟไหม้

ความแตกต่างจากประกันชั้น 3 และประกันชั้น 2+:

  • ประกันภัยชั้น 3+ คุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันในกรณีชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น – ซึ่งเป็นความคุ้มครองที่ไม่มีในประกันชั้น 3 ปกติ
  • ไม่คุ้มครองกรณีรถหายหรือไฟไหม้ – ต่างจากประกันชั้น 2+ ที่คุ้มครองกรณีรถหายหรือไฟไหม้
  • ค่าเบี้ยประกันถูกกว่า ประกันชั้น 1 และชั้น 2+ เนื่องจากมีความคุ้มครองที่จำกัดกว่า

เหมาะสำหรับใคร:

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประกันราคาประหยัด แต่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มจากประกันชั้น 3 ปกติ โดยเฉพาะกรณีที่รถชนกับคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบก และไม่ต้องการความคุ้มครองในกรณีรถหายหรือไฟไหม้